5 วิธีทำให้การชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังทำผิด

 

5 วิธีทำให้การชาร์จแบตมือถือเป็นเรื่องที่ง่าย หลายคนยังทำผิด ไปดูกันว่าจะต้องทำอย่ างไรบ้าง เพื่อยืดอายุการใช้งานของมือถือของเราได้

มือถือมือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้แม้ดูไปแล้วเหมือนจะไม่มีอั น ต ร า ยใดๆแต่อย่ างที่หล า ยคนทราบว่า แบตของมือถือนั้นสามารถ ร ะ เ บิ ดได้ และก็มีตัวอย่าง ให้เห็นกัน มามากมายตามหน้าฟีดข่าว ที่เราเคยอ่านผ่ านตากัน มาวันนี้เราจะมาพูดถึงการช าร์ตมือถือมือถือ อย่ างไรให้ถูกวิธีและไม่เ สี่ ย งต่อ การร ะ เ บิ ด รวมทั้งช่วยยืดอายุแบตไม่ให้ เสื่ อ มเร็วอีกด้วยมือถือและแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้น มี ระบบตัดไฟ เมื่อช าร์จแบตจนเต็ม 100% และมันจะต่อไฟตรง เหมือนกับที่เราเห็น มันขึ้นเป็นรูปสายไฟแทนฟ้า ผ่ า ค่ะ

แต่ถ้าหากแบตมันลดลงเพียง 1% มันก็จะช าร์จใหม่ โดยจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเราจะเล่นเกมส์หนักหน่วงขนาดไหน ในขณะที่ชาร์จมันก็จะเต็มตลอด ไม่เหมือนโน๊ตบุ๊คที่จะตัดไฟเมื่อแบตเต็ม และชาร์จใหม่เมื่อแบตลดลงเหลือ 90% ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียรอบการชาร์จไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเราชาร์จเสร็จก็ควรถอดปลั๊กออ กเพื่อนำมาใช้งาน และเมื่อถึงระดับ 35-60% ค่อยนำกลับไปช าร์จใหม่จะดีที่สุด

1 ไม่ชาร์ตมือถือค้างเอาไว้ตลอดคืนจนถึงเช้า

เนื่องจากเสี่ยงกับการระ เ บิ ดและอาจทำให้แบตบวมได้หากต้องการชาร์ตให้แบตเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ให้เราทำแค่เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น

2 ไม่ควรชาร์ตมือถือจน แบตเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากจะทำให้แบตเสื่อมอย่างรวดเร็ว เปอร์เซ็นที่ควรชาร์ตคือ เมื่อแบตเหลือน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ให้เราช าร์ตไฟเข้าไปเพียงแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ ก็เพียงพอ

3 ชาร์ตแบตบ่อยๆ

การชาร์ตมือถือบ่อยๆนั้น มีผลดีกว่า การรอให้แบตเหลือน้อยแล้วจึงช าร์ต เนื่องจากมีการวิจัยบอกว่า ควรให้มือถือมีแบตอยู่ราวๆ 50 เปอร์เซ็นต์ จะดีที่สุด

4 หากมือถือคุณร้อน ให้ทำการถอดเคสออกก่อน แล้วจึงเสียบไฟชาร์ตแบต

เพื่อช่วยระบายความร้อนของมือถือและอย่า เล่น มือถือในขณะที่กำลังช าร์ตไฟอยู่ รวมทั้งไม่ควรปล่อยให้มือถือได้รับความร้อนจากที่ต่างๆ เนื่องจากมือถือเป็นตัวเก็บwลังงานไฟฟ้า เมื่อต้องเจอ กับความร้อนสูงจะกล า ยเป็นตัวจุดร ะ เ บิ ด และหากอยู่ใกล้กับวัตถุไวไฟก็จะกลายเป็นชนวนให้เกิดไฟไหม้ได้เลยทีเดียว

5 เลือกใช้อุปกรณ์เกรดดี

อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับมือถือมือถือทุกอย่างตั้งแต่ตัวมือถือ สายชาร์ต พาวเวอร์แบงค์ หรือแม้แต่ปลั๊กไฟ-ปลั๊กพ่วงที่ใช้อยู่ ควรเลือ กใช้อย่างดีเท่านั้น หากเป็นอุปกรณ์เกรดไม่ดี ร า ค า ถูก ก็จะกล า ยเป็นต้นเหตุให้เกิดการช๊อตและเกิดการ ระ เ บิ ดได้ความใส่ใจในการใช้งาน มือถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมือถือเพียงเครื่องเดียวก็สามารถทำให้เราได้รับอัน ต ร า ย ร้ ายแรงหรืออาจถึงขั้นเสี ย ชี วิ ต ดังนั้นการมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยป้อง กั นไม่ให้เกิดอั น ต ร า ยกับตัวเรา

และคนในครอบครัวทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลจาก เว็ปไซต์ acerspace พบว่า มีหล า ยๆ ที่บอ กเอาไว้แบบนี้ค่ะ ควรช าร์จมือถือและแท็บเล็ตก็ต่อเมื่อระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 65-70%1C จะดีที่สุดค่ะ แต่การใช้งานจริงคงจะได้ระดับ 35-60% 2C ซึ่งก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ค่ะ โดยผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ระบุไว้ว่าหากช าร์จแบตเตอรี่ที่ระดับต่ำกว่า 30% 3C

จะสามารถช าร์จได้ประมาณ 300 รอบ ( Cycle ) แต่หากเราช าร์จที่ระดับ 1C และ 2C จะสามารถช าร์จได้มากกว่า 400-500 รอบ ( Cycle ) ดังนั้นไม่ควรช าร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า 30% นั่นเอง เพราะมันจะเสื่อมเร็วและควรหลีกเลี่ยงการทำแบตเตอรี่ตกพื้น พูดง่ายๆ ก็คืออย่าทำมือถือตกบ่อยๆ มันไม่ดีค่ะ เพราะอาจจะทำให้ สา รเคมีในแบตรั่วไหล หรือขั้วแบตอาจจะหลุดออกมาก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลให้จ่ายไฟไม่นิ่ง และการใช้งานกับตัวเครื่องมือถือหรือแท๊บเลทมีปัญหาได้